รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รวมแพค กองทุนปันผลกองไหนดี

8 ก.พ. 65 455
รวมแพค กองทุนปันผลกองไหนดี
กองทุนปันผลเป็นที่นิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสด ซึ่งเป็นจุดเด่นของกองทุนประเภทนี้อยู่แล้ว และการปันผลยังเป็นการทำกำไรโดยอัตโนมัติไปด้วย เลยเหมาะกับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามมากด้วยเช่นกัน
 
ก่อนอื่น ต้องขอเล่าก่อนว่า เงินปันผลถูกจ่ายจากกำไรที่ผู้จัดการกองทุนทำได้จากการลงทุน ถ้ากองทุนจ่ายปันผลออกมามากเกินไป จะทำให้ผู้จัดการกองทุนก็ไม่มีเงินลงทุนที่เพียงพอ นอกจากนี้เงินปันผลที่ได้มา ก็ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% อีกต่างหาก ทำให้นักลงทุนต้องเลือกกองทุนปันผลที่ดี มีผลตอบแทนคุ้มค่ากับโอกาสที่ต้องเสียไปด้วย
 
บทความนี้จะมาแนะนำถึงหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกกองทุนปันผลที่ดี และถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่ากองทุนปันผลกองไหนดี เราก็รวมแพคมาให้ด้วยเช่นกัน
 
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกกองทุนปันผลที่ดี
  • ทำผลตอบแทนโดดเด่นในกลุ่มกองทุนประเภทเดียวกัน
  • กองทุน Active ต้องมีผลตอบแทนมากกว่าดัชนีอ้างอิง ส่วนกองทุน Passive ต้องมีผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนีอ้างอิง
  • มีประวัติจ่ายปันผลสม่ำเสมอ
รวมแพค กองทุนปันผล
 
ปฏิเสธไม่ได้ว่ากองทุนที่ทำกำไรมากพอ และสามารถจ่ายปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ มักจะลงทุนในประเทศหรืออุตสาหกรรมที่มีผลตอบแทนดีหรือมีการจ่ายปันผลสูง จะมีกองทุนอะไรบ้าง ทีมงานรวมแพคมาให้แล้ว
กองทุนรวมหุ้นในประเทศไทย
  • M-MIDSMALL-D มาเริ่มที่กองทุนแรกกันเลย กองทุนนี้เน้นลงทุนในหุ้นไทยขนาดกลาง และขนาดเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มเติบโตสูงในระยะกลางและยาว เช่น JMT, TKS, ILINK กองทุนมีนโยบายปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2560 ก็สามารถจ่ายปันผลปีละ 1 ครั้งตามนโยบาย มีแค่ปี 2563 ที่ไม่สามารถจ่ายปันผลได้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กดดันตลาดหุ้น แต่จากผลงานที่ผ่านมาสะท้อนชัดว่า M-MIDSMALL-D เป็นกองทุนที่ค้นหาโอกาสลงทุนบริษัทที่เติบโตโดดเด่นมากๆ
     
  • ONE-SETHD แม้ก่อตั้งกองทุนมาแค่ 2 ปี แต่ผลตอบแทนถือว่าโดดเด่นในกลุ่มกองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ กองทุนนี้เน้นการลงทุนในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index ซึ่งในพอร์ตกองทุนจะมีหุ้นระดับประเทศที่รายได้มั่นคง พร้อมจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เช่น PTT, PTTEP, SCC, SCB, KBANK แน่นอนว่าความผันผวนค่อนข้างต่ำกว่ากองทุนหุ้นประเภทอื่น กองทุนเริ่มจ่ายปันผลเมื่อปี 2563 และจ่ายถึง 2 ครั้งในปีเดียวกัน
กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ
  • K-USXNDQ-A(D) ลงทุนผ่าน Invesco QQQ ETF มีนโยบายให้ผลตอบแทนล้อตามดัชนี Nasdaq-100 ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Apple, Microsoft, Meta, Google และ Amazon ที่เป็นที่รู้จักของทุกคนอยู่แล้ว และด้วยความเป็นกองทุนประเภท Passive ทำให้ค่าธรรมเนียมต่ำ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับบริษัทที่ได้ลงทุน ส่วนผลตอบแทนก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะจากการที่หุ้นเทคโนโลยีมีผลตอบแทนที่เติบโตและโดดเด่น ทำให้จ่ายปันผลสม่ำเสมอตามนโยบายที่ปีละ 4 ครั้ง
     
  • SCBS&P500 ลงทุนผ่าน iShares Core S&P 500 ETF เป็นกองทุน Passive ที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนล้อไปตามดัชนี S&P 500 เป็นกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำเช่นกัน ลงทุนในกองทุนนี้กองเดียวเหมือนได้เป็นเจ้าของหุ้นสหรัฐฯ เลยทีเดียว เพราะลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพคับแก้วถึง 500 บริษัท จากหลากหลายอุตสาหกรรม ส่วนผลตอบแทนและการปันผลก็โดดเด่นเช่นกัน ที่ผ่านมาจ่ายปีละ 4 ครั้ง ตามที่กำหนดในนโยบาย
     
  • KF-HCHINAD เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทในประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะยาว เช่น TSMC, Tencent เรียกได้ว่าเป็นกองทุนที่รวมบริษัทระดับชั้นนำแห่งเอเชียเลยทีเดียว ส่วนผลตอบแทนก็โดดเด่นในกลุ่มกองทุนหุ้นจีน แถมมีปันผลสม่ำเสมอทุกปี
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
  • SCBGPROP เป็นกองทุนที่ลงทุนใน REITs ที่มีมูลค่าเหมาะสมทั่วโลก มีผลตอบแทนที่โดดเด่น ส่วนผลตอบแทนก็อยู่อันดับต้นๆ ของกองทุนประเภทเดียวกัน ความหลากหลายของอสังหาฯ ที่ลงทุน เป็นจุดเด่นของการลงทุน REITs ทั่วโลก ส่วนการจ่ายปันผลก็สม่ำเสมอทุกปี ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2560
     
  • ONEPROP-D เน้นลงทุนอสังหาฯ ในประเทศไทย ซึ่งมีจุดเด่นด้านอัตราการปันผลที่สูง และมีความเกี่ยวข้องกับการขึ้นลงของตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศในระดับที่ต่ำ ทำให้กองทุนนี้ สามารถลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวมได้ดี มีการจ่ายปันผลทุกปี ยกเว้นปี 2563 ที่โดนวิกฤตโควิด-19 กดดันผลตอบแทน ทำให้ไม่สามารถจ่ายปันผลได้
กองทุนรวมหุ้นใน Sector ต่างๆ
  • LHSEMICON-D กองทุนน้องใหม่ไฟแรงเน้นลงทุนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Semiconductor ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด นอกจากนี้การเข้าสู่ยุคแห่ง 5G และ IoT ยิ่งหนุนให้ความต้องการ Semiconductor เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
     
  • KFHHCARE-D เน้นลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรม Healthcare ทั่วโลก ครอบคลุมหลากหลายบริษัททั้งกลุ่มผู้ผลิตยา, Biotechnology, Medtech และบริการทางการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่ยาที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิต ซึ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุที่มีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายคำตอบของคำถามที่ว่า กองทุนปันผลกองไหนดี เพื่อนๆ ควรเลือกกองทุน และแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสมกับตัวเอง เพราะอย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง และความไม่แน่นอน บางกองทุนอาจมีช่วงที่ผลตอบแทนไม่เหมือนในอดีต แต่ทีมงานหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ สามารถช่วยให้เพื่อนๆ นำไปต่อยอดและเลือกกองทุนปันผลได้ความสำเร็จตามเป้าหมายการลงทุนกันทุกคน wink
แท็กที่เกี่ยวข้อง กองทุนปันผล กองทุนรวม กองทุนรวม ปี 2565 ลงทุนกองทุนรวม เป้าหมายการเงิน
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Money Guru

ช่องทางติดตาม Money Guru



Page was generated in 0.029021978378296